ลักษณะการเรียนการสอนอีเลิร์นนิง

การเรียนการสอนในระบบอีเลิร์นนิง หรือที่เรียกเป็นทางการว่า การเรียนการสอนในระบบทางไกลโดยยึดสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อหลัก นั้นเป็นรูปแบบการเรียนการสอนอีกรูปแบบหนึ่งที่มีลักษณะสำคัญ คือ

1. ในการเรียนการสอน ผู้เรียนและผู้สอน "ไม่จำเป็น" ต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน หรือแม้แต่เวลาเดียวกัน (any place any time) รูปแบบการเรียนการสอนมีหลายแบบ เช่น แบบผู้เรียนเรียนตามสะดวก เมื่อพร้อมก็มาสอบ (Independent Learning) หรือ ผู้เรียนเรียนด้วยตนเองตามสะดวกแต่มีผู้สอนคอยให้คำปรึกษาตอบคำถาม (Teacher Support Learning) หรือเรียนตามแผนการสอนที่ผู้สอนกำหนด โดยผู้สอนจะกำกับ ติดตามการเรียน ให้คำแนะนำ และให้ข้อมูลป้อนกลับเป็นระยะ (Teacher Guide Learning) เป็นต้น

2. ผู้เรียนจะมีบทบาทสำคัญและเป็นหลักในการเรียน (learner centered) โดยมีผู้สอนเป็นผู้จัดเนื้อหา จัดสื่อการสอน และกิจกรรมการเรียนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้ประสบการณ์ (teacher as a learning facilitator) และคอยติดตามให้คำปรึกษาและทำการวัดผลในรูปแบบต่างๆ (learning assessment) และให้ข้อมูลป้อนกับ โดยปฏิบัติตามแผนการสอนที่ผู้สอนวางแผน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนที่กำหนด (learning objectives)

3. แหล่งความรู้ในการเรียนระบบอีเลิร์นนิง มีหลากหลาย เช่น สื่อการสอน ผู้สอน เพื่อร่วมชั้นเรียน สื่อเสริม เว็บความรู้ต่างๆ ฯลฯ ผู้เรียนสามารถจะเลือกและเข้าใช้สื่อที่หลากหลายเพื่อเสริมให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน ผู้สอนไม่ได้เป็นแหล่งความรู้หลักเหมือนการสอนแบบบรรยายในชั้นเรีย

4. การทำกิจกรรมการเรียน การค้นคว้า การคิดไตร่ตรอง การปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนและเพื่อนร่วมชั้นเรียน จะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนได้

5. การประเมินผลการเรียนในอีเลิร์นนิง จะประเมินผลต่อเนื่อง และใช้หลากหลายวิธีการกล่าวคือ จะมีการประเมินผลเป็นระยะระหว่างการเรียน เพื่อให้ผู้สอนทราบสถานะความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียนทราบสถานะของตัวเอง (formative evaluation) และจะมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการเรียนเมื่อสิ้นสุดการเรียนเพื่อวัดผล (summative evaluation) วิธีการประเมินผลมีหลากหลาย เช่น สถิติการเข้าเรียน-การร่วมถามตอบในกระดานสนทนา (web board) การคิดทบทวนประสบการณ์และโพสใน Blog รายงานสรุปความก้าวหน้า (progressive report) เป็นต้น

 

 

ข้อดี และข้อควรระวัง ในการเรียนการสอนอีเลิร์นนิง มีดังนี้

 

�� รูปแบบการเรียนอีเลิร์นนิง ที่ผู้เรียนสามารถจัดเวลาและสถานที่ที่สะดวกในการเรียน ช่วย

ให้ผู้เรียนที่มีเวลาจำกัด และไม่สามารถจะเข้าเรียนในเวลาที่กำหนดสามารถเข้าเรียนได้ แต่ในทางตรงข้าม การเปิดโอกาสให้เกิดความสะดวกในการบริหารเวลาในการเรียนนั้นผู้เรียนจะต้องมีวินัยและควบคุมตัวเองให้เข้าเรียนตามแผนที่ตัวเองกำหนดไว้ หากไม่ควบคุมก็ผัดผ่อนการเข้าเรียน จนในที่สุดกลายเป็นไม่ได้เข้าเรียนต่อเนื่อง แล้วมาเร่งเรียนตอนจะสอบหรือประเมินผล ซึ่งจะไม่ได้ความรู้และไม่ได้ผลการเรียนที่ดี

�� การให้ความสำคัญต่อผู้เรียนในกระบวนการเรียนการสอน โดยให้ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าถึงแหล่งความรู้ที่หลากหลาย และใช้พื้นฐานประสบการณ์ของตัวเองในการทำกิจกรรมการเรียนต่างๆนั้น จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น และช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมเกิดความเข้าใจที่ชัดเจน ขณะเดียวกันผู้เรียนจะมีความสนใจและผูกพันกับการเรียนได้ดีกว่าการเรียนแบบอื่น แต่ในทางตรงข้าม ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการเรียนแบบนี้ ส่วนใหญ่ได้รับการสอนมาในแบบการถ่ายทอดความรู้ที่

ผู้สอนเป็นหลัก เป็นผู้นำในการเรียนการสอน ผู้เรียนเป็นผู้รับ ผู้ทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกิจกรรมที่ผู้สอนกำหนด ดังนั้นผู้เรียนที่ยังใหม่และไม่คุ้นเคยกับการเรียนอีเลิร์นนิงจำเป็นต้องทำความเข้าใจในรูปแบบ บทบาทผู้เรียน ขณะเดียวกันต้องศึกษาและทราบแบบการเรียน หรือ ความถนัดในการเรียนของตน (Learning Style / Learner Preference) เพื่อจะได้ปรับตัวให้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

�� กิจกรรมการเรียน และปฏิสัมพันธ์ระหว่างการเรียนระหว่างผู้เรียนและผู้สอน และระหว่าง

ผู้เรียนกันเอง จะมีความสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจมากขึ้น และเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมองกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนเพื่อความเข้าใจที่สมบูรณ์ขึ้น และที่สำคัญด้วยเทคโนโลยีเว็บและการเปิดช่วงเวลาและโอกาสให้ผู้เรียนได้สื่อสารและสอบถามโดยไม่จำกัดแค่เวลาในชั้นเรียนเป็นข้อดีที่เด่นมากเมื่อเทียบกับการเรียนการสอนในชั้นเรียน ผู้เรียนที่หมั่นเข้าร่วมการสนทนา ซักถามและแลกเปลี่ยนจะได้ประโยชน์อย่างมากในทางตรงกันข้าม ผู้เรียนที่ขี้อาย เก็บตัว ไม่ค่อยเข้าร่วมการสนทนาจะได้ประโยชน์จาก

การเรียนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

�� การประเมินผลการเรียนที่ทำต่อเนื่อง และใช้วิธีการที่หลากหลาย จะช่วยให้ผู้สอนทราบความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน และมีโอกาสที่จะให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อช่วยแก้ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากผู้เรียนไม่ตื่นตัวที่จะทำกิจกรรม และส่งชิ้นงานเพื่อรับการประเมินผลครบถ้วน นอกจากจะทำให้ผู้สอนขาดข้อมูลในการประเมินแล้ว ยังทำให้ผู้เรียนได้คะแนนน้อย เกิดความไม่สบายใจ และอาจจะลดความสนใจในการเรียนลง

�� การเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อกลาง มีข้อดีหลายประการ เช่น เปิดโอกาสให้

ผู้เรียนและผู้สอนสื่อสารกันคนละเวลา ผู้เรียนเข้าถึงเนื้อหาความรู้ในเวลาและสถานที่ที่สะดวก แต่ในทางตรงกันข้าม หากเทคโนโลยีมีปัญหาก็จะเกิดความขัดข้องในการเรียนการสอนได้ ผู้เรียนควรจะวางแผนและเผื่อเวลาในการทำการเรียน ทำกิจกรรมการเรียน หรือส่งงานก่อนจะถึงกำหนดเวลาสิ้นสุด ซึ่งจะช่วยลดปัญหาหากเทคโนโลยีไม่พร้อมเมื่อถึงกำหนดเวลาจริง

 

เครื่องมือและระบบที่ต้องใช้ในการเรียนอีเลิร์นนิง

1. ผู้เรียนจะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้สะดวก โดยมีคุณลักษณะขั้นต่ำที่สามารถใช้งานโปรแกรม Microsoft Windows XP ได้ มีหน่วยความจำอย่างน้อย 256 Mbytes (ควรจะเป็น 512 Mbytes)

2. สามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ความเร็วไม่น้อยกว่า 512 KBps

 

การสมัครเข้าเรียนอีเลิร์นนิงกับบ้านปิรามิด

การสมัครเข้าเรียนอีเลิร์นนิงกับบ้านปิรามิด มีขั้นตอนดังนี้

1.       จากหน้าห้องเรียนบ้านปิรามิด เลือกวิชาที่ต้องการเรียน (Computer Aided Drafting, Computer Aided Design หรือ  CAD-CAM Technology)

 

         2           

 

 

2.       จะมีหน้าใหม่ให้เข้าสู่ระบบ (จะมีหน้า Log in ให้ป้อนชื่อและรหัสผ่าน ถ้าเข้าเรียนครั้งแรกต้องเลือก สมัครสมาชิกใหม่ หรือสมัครเป็นสมาชิก) : ผู้สมัครต้องมี e-mail เป็นของตนเอง

3.       เมื่อสมัครแล้ว ก่อนจะเข้าเรียนได้ผู้สมัครจะต้องตรวจเมล์ของตนเองตามที่สมัครไว้ แล้วยืนยันการสมัครเรียน (ตาม Link ที่ตอบรับในเมล์)

4.       เมื่อยืนยันการสมัครแล้วจึงกลับสู่หน้าห้องเรียนอีกครั้ง (แล้วป้อนชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน : ตามที่กรอกไว้ตอนสมัคร ) แล้วคลิกเข้าสู่ระบบ ก็จะเข้าสู่บทเรียน